กระตุกเดือยไก่!โรม่านำเร็วโดนสเปอร์สรัวยับ - ดอร์ทมุนด์ นำก่อนแต่พ่ายโทษ
"หมาป่ากรุงโรม" โรม่า อุตส่าห์พังประตูออกนำเร็วเพียงสามนาทีแรกแต่สุดท้ายโดน "ไก่เดือยทอง" สเปอร์สรัวคืน 4 ลูกรวดพ่ายไปแบบยับเยิน 1-4 โดยทั้ง 5 ตุงยิงครึ่งแรกทั้งหมด
ฟุตบอลอินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ 2018
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561
โรม่า (อิตาลี) 1-4 สเปอร์ส (อังกฤษ)
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม 2561
โรม่า (อิตาลี) 1-4 สเปอร์ส (อังกฤษ)
สนาม : ซาน ดิเอโก้ เคาน์ตี้ เครดิต ยูเนี่ยน สเตเดี้ยม, เมืองซาน ดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ใช้งานนักเตะในทีมชุดใหญ่บางคนเป็นตัวจริง อย่างเช่น เฟร์นานโด ยอเรนเต้, ลูคัส มูร่า และ คริสเตียน เอริคเซ่น โดยรายหลังสุดเพิ่งไปเล่น ฟุตบอลโลก 2018 กับทีมชาติเดนมาร์กมา ส่วนตรงซุ้มม้านั่งสำรองก็มี ซน ฮึง-มิน กองหน้าชาวเกาหลีใต้ด้วย
ด้าน ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ เทรนเนอร์ อาแอส โรม่า ส่งแข้งใหม่อย่าง ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ เป็นตัวจริงเลย ขณะที่แนวรุกก็มี แพทริค ชิค, ดีเอโก้ เปร็อตติ และ เจงกิส อุนแดร์ ลงล่าตาข่าย ส่วน จัสติน ไคลเวิร์ต ลูกชายแสนรักของ พาทริก ไคลเวิร์ต อดีตยอดหัวหอกชาวดัตช์ออกสตาร์ตด้วยการเป็นตัวสำรอง
เพียงแค่นาทีที่ 3 โรม่า ก็มาได้ลุ้นประตูจากจังหวะที่แนวรับของ สเปอร์ส ยังไม่ทันตั้งตัว แต่ อุนแดร์ ซัดแรงเกินไปจนทำให้บอลลอยออกหลัง
อย่างไรก็ตาม "จัลโล่รอสซี่" ก็ได้เฮในนาทีต่อมา หลังจากที่ มิเชล ฟอร์ม ผู้รักษาประตู สเปอร์ส เตะเปิดเกมขึ้นมา แต่ โรม่า ไล่กดดันสูงจนแย่งบอลไปได้แบบรวดเร็ว ก่อนที่ ลูก้า เปเยกรินี่ จะได้บอลแล้วผ่านเข้ากลางให้ ชิค ซึ่งกองหน้าชาวเช็กก็ดึงบอลหนี เบน เดวิส ก่อนจะยิงเข้าไปอย่างเฉียบขาด
สเปอร์ส ไม่เสียขวัญจนตามตีเสมอได้ในนาทีที่ 9 จากจังหวะที่พวกเขาแย่งบอลในฝั่งของ โรม่า ได้ ก่อนที่ ลุค อามอส จะยิงแฉลบผู้เล่นของ โรม่า จนทำให้บอลลอยมายัง ยอเรนเต้ และหัวหอกชาวสแปนิชก็โหม่งเข้าไปอย่างเฉียบขาด
พอตีเสมอได้ สเปอร์ส ก็คึกขึ้นมาทันที จนมีลุ้นทำประตูเพิ่มในนาทีที่ 12 จากชอตที่ คอสตาส มาโนลาส เคลียร์บอลไม่ดีจนไปเข้าทาง เอริคเซ่น ก่อนที่ดาวเตะทีมชาติเดนมาร์กจะพยายามยิงจากระยะราว 20 หลา แต่หลุดเสาออกไป
พอถึงนาทีที่ 18 กลายเป็น สเปอร์ส ที่แซงนำ หลังจากที่ ลาเมล่า โยนบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ซึ่ง มูร่า ก็หวดแบบเต็มแรงจนไปติดเซพของ อันโตนิโอ มิรันเต้ แต่บอลมาเข้าทาง ยอเรนเต้ ที่ซ้ำเข้าไปแบบง่ายๆ
"ไก่เดือยทอง" หวิดนำห่างเป็น 3-1 ในนาทีที่ 26 หลังจากที่ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส โยนบอลเข้ามาจากฝั่งซ้าย โดยที่มี ยอเรนเต้ รอลุ้นทำแฮตทริกอย่างใจจดใจจ่อ แต่ มาโนลาส เคลียร์บอลออกหลังไปได้ซะก่อน
ถึงกระนั้น เกมบุกของ สเปอร์ส ก็ร้อนแรงเกินห้ามใจ หลังจากมาได้ลูกที่ 3 ในนาทีที่ 28 โดยนักเตะ โรม่า เคลียร์บอลกันได้ไม่เด็ดขาดเอง จนสุดท้าย แซร์ช ออริเย่ร์ เปิดบอลมาให้ มูร่า โหม่งตุงตาข่าย
โรม่า ยังไม่ฟื้นจากอาการเมาหมัด โดยในนาทีที่ 35 สเปอร์ส ได้ลุ้นประตูเพิ่มจากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษของ เอริคเซ่น แต่ มาโนลาส บล็อกเอาไว้ได้ และในนาทีเดียวกันนี้ เปเยกรินี่ ก็กลายเป็นคนแรกของเกมนี้ที่ได้รับใบเหลือง
ความสนุกของฝั่ง สเปอร์ส ไม่หมดลงแค่นั้น หลังจากในนาทีที่ 44 นักเตะ โรม่า เคลียร์บอลได้ย่ำแย่จนบอลมาเข้าทาง มูร่า ซึ่งดาวเตะชาวบราซิเลียนก็แตะบอลหนีคู่แข่ง ก่อนจะยิงแบบเฉียบขาดตุงตาข่าย ซึ่งครึ่งแรกก็จบลงด้วยสกอร์นี้
พอเข้าสู่ครึ่งหลัง โรม่า ก็หมายมั่นปั้นมือจะกลับมาให้ได้ จนมาได้ลูกฟรีคิกในนาทีที่ 49 จากจังหวะที่ อามอส ไปทำฟาวล์ อุนแดร์ โดย ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ อาสายิงฟรีคิกลูกนี้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ลุ้นอะไร
ในนาทีที่ 52 ดิ ฟรานเชสโก้ ตัดสินใจส่ง ไคลเวิร์ต ลงสนาม และแค่ 3 นาทีต่อมาเขาก็มีส่วนกับการขึ้นเกมบุกของทีม แต่ฝั่งทีมดังของอิตาลีก็ยังไม่เฉียบขาดพอ
โรม่า มาได้ลุ้นประตูอีกครั้งจากจังหวะของ เอดิน เชโก้ หัวหอกตัวสำรอง ในนาทีที่ 75 แต่ก็ไม่ผ่านการเซฟของ เปาโล ดิโน่ กาซซานิย่า นายทวารตัวสำรองของ สเปอร์ส
ในช่วงท้ายเกม โรม่า ก็ยังเปิดเกมบุกใส่อย่างหนักด้วยความหวังว่าจะทำประตูให้ได้ แต่ก็ไม่สำเร็จ จบเกมเป็น สเปอร์ส ที่เก็บชัยนะไปแบบขาดลอย 4-1 พร้อมกับประเดิมศึก อินเตอร์เนชันแนล แชมเปี้ยนส์ คัพ ได้อย่างสวยหรู
รายชื่อตัวจริงทั้งสองทีม
โรม่า : อันโตนิโอ มิรันเต้, ดาวิเด้ ซานตอน, คอสตาส มาโนลาส, ฮวน เชซุส, ลูก้า เปเยกรินี่, ฮาเวียร์ ปาสตอเร่, มักซีม โกนาล็องส์, ไบรอัน คริสตานเต้, เจงกิส อุนแดร์, ดีเอโก้ เปร็อตติ, แพทริค ชิค
สเปอร์ส : มิเชล ฟอร์ม, แซร์ช ออริเย่ร์, เบน เดวิส, คาเมร่อน คาร์เตอร์-วิคเกอร์ส, ไคล์ วอลค์เกอร์-ปีเตอร์ส, มุสซ่า ซิสโซโก้, เอริค ลาเมล่า, คริสเตียน เอริคเซ่น, ลูคัส มูร่า, ลุค อามอส, เฟร์นานโด ยอเรนเต้
สรุปผลฟุตบอลอินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยน คัพ
โบรุสเซียร์ ดอร์ทมุนด์ 2 - 2 เบนฟิก้า (เบนฟิก้า ชนะดวลลูกจุดโทษ 4-3)

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น